| |
| |
ประวัติวัด
 |
วัดถ้ำขวัญเมืองตั้งอยู่เลขที่
๑๓๐/๒ หมู่ ๔ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นวัดสังกัด
คณะธรรมยุต ภาค ๑๖ ตามทะเบียนเลขที่ ๑,๑๗๓.
จะเป็นวัดมาตั้งแต่เมื่อไร
ก็หาหลักฐานยาก แต่ว่าตามประวัติเดิม ที่สอบ-ถามไปยังกรมการศาสนาว่า
ขึ้นทะเบียนเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ โดยมีกำนันขุนพรหมแก้ว
ทองคำ และ ผู้ใหญ่สอน จันทร์แก้ว เป็นผู้ถวายที่ดินพระธรรมรามคณี
สุปรีชาสังฆปาโมกข์์ (หนู อชิโต) วัดโตนด เจ้าคณะจังหวัดหลังสวน
(ธรรมยุต) เป็นผู้รับมอบจำนวน ๒๐ ไร่ และไปสอบถามโยมลุงพรหม(ซึ่งปัจจุบันได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ
อายุ ๙๗ ปี) ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายยา อยู่ที่ตลาดสวี ตำบลนาโพธิ์
อำเภอสวี จังหวัดชุมพร พอได้เค้าว่า เมื่อประมาณ
พ.ศ.๒๔๔๓ นั้นมีเจ้าอาวาส (ผู้ดูแล) ๑ องค์ ชื่อ พ่อหลวงพันธ์
พุ่มคง เป็นเจ้าอาวาสอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าอาวาสอยู่กี่ปี
ก็มีพ่อหลวงแดง ฉายา ชิตมาโร เป็นเจ้าอาวาส ๔ - ๕ ปี ต่อจาก
พ่อหลวงแดงมีพระมาจากไหนไม่ทราบมาอยู่ วัดถ้ำนี้มีชื่อมาตั้งแต่เดิม
"วัดถ้ำขวัญเมือง" ไม่ได้ตั้งชื่อ |
ตามตระกูล ของตระกูลขวัญเมืองที่มีอยู่
ใกล้ๆวัด ตระกูลนี้คงตั้งขึ้นภายหลังโดยเอาชื่อวััดมาตั้งเป็นชื่อสกุล ในสมัยโบราณเมื่อประมาณ ๖๐
กว่าปีมาแล้ว
ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กอยู่และจำได้้แม่นยำว่าตรงเนื้อที่ ที่วัดถ้ำฯ
ปัจจุบันนี้ เป็น ป่าดงดิบทั้งสิ้น มีต้นไม้ใหญ่ ๆ เส้น
ผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ เมตร หรือ ๑ เมตร |
กว่าก็มีมากมาย
และบนเขาถ้ำขวัญเมืองนี้มีนก นานาชนิด เช่นนกเงือก,นกงาง
และมีค่างมากมาย มีค่าง มีลิง มีหมี มีเสือ ชาวบ้านเขาพูดถึงกันอยู่เสมอ กลางคืนแล้วใครที่จะเดินผ่านทางริมนา
ใกล้กับฝั่งแม่น้ำสวีลำพังคนเดียวนั้นไม่ค่อยจะกล้า เดินตามตัวอาคารวัดวาต่างๆเมื่อประมาณ
๖๐ ปีมานี้ไม่มีอะไรเลยที่ชื่อว่าวัด วัดสมัยก่อนโบราณนั้นก็ใช้ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัย
ของพระเณร เพราะที่วัดนี้มีถ้ำอยู่มากที่ ตอนหน้าด้านทิศตะวันออก
มีถ้ำใหญ่อยู่ ๑ ถ้ำและในถ้ำนี้ก็มีพระประธาน ที่สร้าง
ขึ้นด้วย ปูนทรายปรากฏอยู่นาน เมื่อข้าพเจ้าเด็ก ๆ ก็ได้เห็นว่าพระประธาน
นี้มีอยู่แล้วพร้อมกับ พระทรงเครื่อง ที่งดงาม มากสูง
๑.๖๖ เมตร ๑ องค์ปางห้ามสมุทรเนื้อโลหะล้วน และอีก องค์หนึ่งย่อมลงมา
เป็นพระไม้ ปางประทับยืน และอีก
อีกองค์หนึ่ง เป็นโลหะเช่นเดียวกัน แต่เล็กกว่าตามลำดับสูงประมาณ
๑.๑๕ เมตร แต่เล็กกว่าตามลำดับสูงประมาณ ๑.๑๕ เมตร เป็นเนื้อโลหะทองเหลืองปางห้ามญาติ
แต่องค์แรกปางห้ามสมุทร องค์หลังนี้ ปางห้ามญาติ ถูกขโมยไปเสียเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๑๗ คงเหลือ ๒ องค์ พระทรงเครื่ององค์โตปางห้ามสมุทร
เป็นเรื่องที่อัศจรรย์ว่าถึงแม้จะไม่ปรากฏวัดที่มีกุฏิ วิหารปรากฏอยู่ก็ตาม
พูดถึงพระพุทธรูปที่มีปรากฏอยู่บนถ้ำแล้วองค์ใหญ่คือองค์พระประธานและโดยเฉพาะพระทรง-
เครื่องปางห้ามสมุทร ซึ่งงดงามด้วยศิลปะไทยมาก ซึ่งคงไม่ใช่ฝีมือ
ของช่างบ้านนอกพระทรงเครื่ององค์นี้ สูง ๑.๖๖ เมตร ได้มาพบดูตาม
รูปถ่าย หรือ ตัวเองเหมือนพิมพ์เดียวกันกับที่มีอยู่ในอุโบสถ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม |
 |
 |
(วัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง)แต่โตเท่ากับองค์ขนาดเล็กที่มีอยู่ในนั้นไม่ทราบว่ามาอยู่ที่วัด
ถ้ำขวัญเมืองนี้ได้อย่างไรถามผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้เฒ่า ผู้แก่
ไม่มีใครรู้เรื่องว่าใคร เป็นผู้นำมาถวายไว้ก็ แสดงว่าการที่พระองค์นี้มาประดิษฐานอยู่ที่วัดถ้ำฯได้นั้น
สันนิษฐาน ว่าในสมัยโบราณคงจะมี
ผู้หลักผู้ใหญ่ใน วงราชการซึ่งอยู่ทางกรุงเทพ ฯ ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เป็นผู้อพยพนำมา เพราะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ผันผวนทางบ้านเมือง
คงจะอพยพ หลบหนีมา พร้อมด้วยพระที่ตนสร้าง ไว้ประจำตัวหรือประจำตระกูลมาด้วย
เพราะสมัยนั้นตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์แน่นอน ที่ ๆ วัดถ้ำขวัญเมืองนี้ล้วนแต่เป็น
ป่าดงทึบ ผู้ที่ได้อพยพหลบหนีภัยมาย่อม เป็นธรรมดา ต้องหาที่
ๆ จะอยู่อาศัย ไม่มีผู้พบเห็นเพราะเกี่ยวอาญาของบ้านเมืองจะเป็นอันตรายแก่ตนและอาจสิ้นชีวิตลง
ณ ที่วัดถ้ำขวัญเมืองนี้ก็ได้ เพราะในถ้ำที่มีพระประธาน
และไว้พระทรงเครื่อง ถ้ำใหญ่ปัจจุบันนี้มีหิน ย้อยลงทางด้านซ้ายมือพระประธานใกล้
กับพระประธานห่างจากพระประธาน ประมาณ ๑ วา จาก |
 |
จากทางเข้า เมื่อ
ประมาณ ๓๐ หรือ๔๐ ปีกว่าปีมานี้ ชาวบ้านนหนึ่ง ที่อยู่ในสวีนี้
กับเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่ง เห็นว่า หินก้อนนี้มันเกะกะ ก็เลยเอาฆ้อน
๘ ปอนด์มาทุบออก เวลาทุบออก แล้วภายในก้อนหินที่เห็น ย้อยลงมานั้น
เป็นโครงกระดูกของมนุษย์ ครบบริบูรณ์ ๑ โครงกระดูก สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเจ้า
ของผู้นำพระพุทธรูปนี้มาก็ได้ โดยเมื่อตนเองถึงแก่สิ้นชีวิต
อาจสั่งความไว้กับพวกญาติพูดตามสันนิษฐาน เพราะเหตุผลอื่น
ๆ ก็ไม่มีอะไร ไม่มีจารึกใดๆ ไว้ พูดถึงการที่ใครก็ตาม ที่จะนำสั่งความให้ผู้หนึ่งผู้ใดก็ตาม
ที่จะนำสั่งความให้กับผู้หนึ่งผู้ใด เมื่อตนสิ้นชีวิตแล้วให้เอาตน
โดยไม่ทำพิธีเผาทำบุญ โดยเก็บเอา
ไว้ทั้งตัวในหินซึ่งก่อด้วยโบกปูนด้วยนั้นไม่ปรากฏว่ามีที่ไหน
แต่ที่นี่ มีมาอย่างนี้ ปัจจุบันนี้ผู้ที่ร่วมกันทุบหินหรือตีหิน
ที่ย้อยลงมา แล้วพบโครงกระดูกนั้นก็
ยังมีชีวิตอยู่หนึ่งคน ตายไปเสียหนึ่งคน ยังเหลือ หนึ่งคน
บ้านก็อยู่ใกล้ ๆ วัดนี่แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าโครงกระดูกอันนี้ อาตมาได้ถามเจ้าตัวเขาแล้วว่าเอาี้ไปทิ้ง
ไหน เขาบอกว่าทิ้งไปทางหน้าเขาแล้วก็หญ้าคา มันรกรุงรังหมด
จะไปค้นหาอย่างไรคงกระจัดกระจายไปคงเอามารวมกันไม่ได้ถ้ามิฉะนั้น
ก็คงจะพอเป็น
เครื่องยืนยันหลักฐานแน่นอนยิ่งขึ้น |
การปรากฏชัดของการเป็นวัดแน่นอนก็มาปรากฏขึ้นเมื่อพ.ศ.๒๔๔๙
กระทรวงศึกษาธิการโดยกรมการศาสนา แห่งกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือมาถึงวัด
ยืนยันว่า วัดถ้ำขวัญเมืองนี้ ทางกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๙ ถ้านับถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นเวลา
๗๖ ปี (๒๕๒๖) นี่หลักฐานเท่าที่มีย่อ ๆ พอเพียงและอีกประการหนึ่งทางริมนาด้านทิศเหนือโน้นได้ก็มีถ้ำคู่หนึ่งแฝดกันอยู่ทางริมนาก็มีพระองค์เล็ก องค์น้อย
มากมาย เมื่อสมัยเด็ก ๆ ก็เห็น แต่ปัจจุบันนี้ คนในหมู่บ้านนี้ไม่รู้คุณค่าของบรรดาพระต่าง
ๆ เหล่า นั้นขาดการสักการะเคารพบูชาได้มาขุดเอาดินถ้ำดินเขาีนี้
เข้าใจว่าเป็นขี้ค้างคาว ไปใส่นาขุดลึกลงไปตั้ง ๒ เมตรเกือบ
๓เมตรก็มีขุดถ้ำทั้งถ้ำพังทลายหมดบรรดาพระองค์เล็ก องค์น้อย ต่างๆ ฝังดินจมดินไปหรือเอา
เอาไปกองๆไว้ข้าง ๆ เขา หรือเด็กๆ เล็ก ๆ มาเที่ยวก็เล่นตามชอบใจเอาโยนเอาทิ้งไป
ยังเหลืออยู่บ้างและก็ที่นำมาเก็บไว้ ที่ถ้ำพระประธานตอนหน้านี้ก็ยังมีอยู่
สำหรับที่ดินใหม่ที่ นายกำธร ตันศุภผล พร้อมด้วยญาติมิตร
ที่นำมาถวายอีก ๑๒ ไร่นั้น เจ้าของตีราคาปัจจุบัน ไว้ว่าประมาณ
๑๗๐,๒๕๐ บาท |
| |
ประวัติเจ้าอาวาสวัดถ้ำขวัญเมือง
เท่าที่สืบทราบได้มีดังต่อไปนี้ |
| |
๑.พระแดง
ชิตมาโร บวชเป็นพระฝ่ายธรรมยุต เป็นเจ้าอาวาสประมาณ ๒ ปีแล้วลาสิกขาบทไป
๒. พระมหาพิศ เขมโก เป็นเจ้าอาวาสประมาณ ๑ - ๒ ปีและถึงแก่มรณภาพ
๓. พระอำพัน เป็นเจ้าอาวาสอยู่ประมาณ ๑ - ๒ ปี ย้ายไปอยู่ที่อื่น
๔. พระวิเรศร์ เป็นเจ้าอาวาสประมาณ ๘ ปี ลาสิกขาบทเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๐๑
๕. พระสะโอด มาจำพรรษา ๑ ปี
๖. พระเทียบ รักษาการเจ้าอาวาสประมาณ ๔ ปี ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๒
- พ.ศ. ๒๕๐๕ ย้ายไปอยู่ที่อื่น
๗. พระพราย มาอยู่หลังพระเทียบไม่นาน แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น
๘. พระเพชร รักษาการเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ - พ.ศ.
๒๕๐๘ ต่อจากนั้นร้างอยู่ ๑ ปี
๙. พระทองเชื้อ รักษาการเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๑๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๑
แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น
๑๐. พระครูภาวนาภิรมย์ ( สรวง ปริสุทฺโธ ) ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๑๒ และได้รับการแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสเมื่อวันที่
๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๙ ถึงวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้มรณภาพ
ที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร
๑๑. พระครูสุธรรมวีราจารย์ ( สมใจ ธมฺมสโร ) ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสเมื่อวันที่
๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่
๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙ |
|
|
|
|